ขั้นตอนการทำงานสำหรับผู้ตรวจงานบทความ

  1. อ่านงานบทความที่ได้รับมอบหมายโดยรวม
  2. ค้นหาการทำซ้ำ คัดลอก งานจากเว็บไซต์อื่น ๆ ทาง Google.co.th
  3. เปิด Brief งานที่ได้รับมอบหมายควบคู่ไปกับการตรวจสอบงานบทความ
  4. อ่านงานบทความให้ละเอียดว่าตรงกับจุดประสงค์ของ Brief งานหรือไม่
  5. ตรวจสอบและแก้ไข คำถูก-ผิด คำเชื่อม คำซ้ำ คำฟุ่มเฟือย คำที่ไม่เหมาะสม และอื่น ๆ ในบทความ

งานแบบไหนที่ผู้ตรวจงานควรตีกลับให้นักเขียนแก้ไข!!!

  1. งานคัดลอก ทำซ้ำ ตัดแปะ แก้ไข มาจากแหล่งข้อมูลในเว็บต่าง ๆ
  2. งานที่ค้นหาแหล่งข้อมูลมาเพียงแค่แหล่งเดียว (ยกเว้นงานที่หาข้อมูลได้ยากจะอนุโลม)
  3. งานที่เขียนไม่รู้เรื่อง เขียนวกวน เขียนไม่เข้าใจ สื่อความหมายไม่ได้ ตีความไม่ถูก
  4. งานที่ไม่ตรงกับความต้องการของลูกค้า (Brief)
  5. งานที่จัดหน้า รูปแบบการพิมพ์ ตำแหน่งวางรูปที่ผิด
  6. ไม่แนบลิงค์ที่มาของรูปภาพ (ถ้ามีรูป)
  7. การแนบไฟล์ตอนส่งงานที่ไม่ถูกต้องตามขั้นตอนของเรา
จำนวนคำ ค่าจ้างตรวจงาน
300 คำ 12 บาท
500 คำ 20 บาท
1000 คำ 30 บาท

*หากมีการจัดส่งให้ตรวจเป็นชุดใหญ่จำนวนมาก ค่าตรวจจะคิดเป็นแบบเหมาจ่าย

รู้หรือไม่ ว่าลูกค้าตรวจงานเราอย่างไร?

ปกติบทความทุกบทจะให้นักเขียนนำบทความไปตรวจที่ Smallseo อยู่แล้ว โดยให้แคปรูป Unique 100% แปะ ไว้ท้ายบทความทุกบท เพื่อให้มั่นใจระดับหนึ่ง แต่โปรแกรมก็เป็นแค่ส่วนเสริมเท่านั้น ลูกค้ามักจะตรวจสอบบทความของ พวกเราด้วย Google ซึ่งแม่นยำและเห็นผลแน่นอนกว่าโปรแกรม

แล้วบทความแบบไหน ที่จะผ่านการตรวจของลูกค้า?

ก็คือบทความที่คิดขึ้นเองหรือประมวลจากความคิดตัวเองแล้วลงมือเขียน โดยการค้นคว้าอ่านข้อมลูจากแหล่งต่าง ๆ 2-3 แหล่งขึ้นไป ไม่ Copy มาจากที่อื่น อ่านบทความแล้วเข้าใจง่าย ไม่วกวน ตีความหมายได้ตรงกับที่ลูกค้าต้องการ บทความแบบนี้เช็ค Unique ก็ผ่าน ตรวจด้วย Google ก็ไม่ซ้ำแน่นอน ถ้าใคร ทำแบบนี้ได้หรือทำอยู่แล้ว ก็เลิกอ่านวิธีข้างล่างไปได้เลยครับ มีนักเขียนหลายท่านทำดีอยู่แล้วก็ดีมากเลยครับ แต่บางคนก็ทำโดยไม่ตั้งใจหรือตั้งใจทำก็ขอให้ปรับแนวคิด หันมาทำงานบทความที่มีคุณภาพกัน

วิธีเขียนบทความแบบสบาย ๆ แต่ลูกค้าตีกลับ เลิกจ้าง !

  1. Copy ข้อความจากเว็บอื่น มาแปะลงในไฟล์บทความ แล้วแก้ไขคำต่อคำ ลบบางคำ แทรกบางคำ สลับประโยค
  2. อ่านแหล่งข้อมลูน้อย เช่น 1 แหล่ง ทำให้ข้อมูลไม่หลากหลาย มองด้วยตา เทียบกันแล้วรู้เลยว่าเหมือนกัน
  3. ยึดติดโครงเรื่องเดิม ๆ ไม่กล้าฉีกแนว เช่น แหล่งข้อมูล แนะนำที่ทำงานสวย ๆ 10 อันดับ ก็ทำตามลำดับเขามา เป๊ะ ๆ เรียง 1 ถึง 10 เรื่องพวกนี้อย่าไปยึดติด เพราะมันไม่มีผิดถูก เราอ่านแล้วเราชอบ 5 อันดับ ก็เลือกมาแนะนำได้ด้วยสไตล์เราเอง อย่าไปยึดติดแหล่งข้อมูลเกินไป หาประเด็นแล้วสร้างบทความด้วยตัวเองดีที่สุด

ทำไมพวกเราต้องจริงจังกับเรื่องนี้ ?

มีกรณีที่เกิดขึ้นจริง คือ ลูกค้าตรวจพบว่ามีงานที่คัดลอกมาจากที่อื่นแล้วสั่งยกเลิกงานเราทั้งหมด งานบริการอะไรก็ตาม ชื่อเสียงสำ คัญที่สุด งานของนักเขียนที่ส่งออกไป ก็ส่งไปในนาม 1000Content แม้เราจะทำดี 100 บท แต่มีงานที่ทำผิด เพียง 2-3 บท เค้าก็ไม่เชื่อมั่นเราแล้ว สุดท้ายก็เป็นพวกเราเองที่ต้องร่วมกันรับผลที่ตามมา คือ ขาดงาน หรือ มีงานน้อยลง แต่เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้านักเขียนทุกคนเข้าใจและให้ความร่วมมือสร้างสรรค์บทความคุณภาพกัน เราก็จะช่วยกันสร้างชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือว่าพวกเราทั้งหมดเป็นมืออาชีพตัวจริง

หลายคนสงสัยว่าทำไมบทความที่ผ่าน Unique100% แล้ว จึงถูกตรวจจับได้จาก Google?

มาลองดูกัน…

นี่เป็นตัวอย่างบทความที่แม้จะ Unique 100% แต่แท้จริงแล้วลอกมาจากที่อื่น

ลูกค้าเขาตรวจงานพวกเราอย่างนี้ครับ

ก็คือการนำข้อความบางส่วนของบทความไปเช็คใน Google โดยตรง

*** ใน 1 บทความ ให้นำข้อความเป็นประโยคยาว ๆ ประมาณ 1 บรรทัด (หรือประมาณ 27 คำ ) ไปใส่ในช่องค้นหาของ Google ถ้ายาวไป Google จะ ERROR ให้ลดคำลง โดยทำการสุ่มเลือกข้อความตามตำแหน่งต่าง ๆ ใน บทความ อย่างน้อย 5-10 ตำแหน่ง กระจาย ๆ ดังรูป

เช่น นำประโยคนี้ *กรอบแดงที่สามจากรูปด้านบน

“หลังจากการตัดสินใจได้แล้วว่าจะมีการออกหล้กทรัพย์มาเสนอขายต่อประชาชน บริษัทที่ทำการเสนอขาย”

เอาไปกรอกใน Google

แล้วรอดผูลการค้นหา …
ซึ่งถ้าออกมาในรูปนี้ก็ให้สงสัยไว้ก่อน มองทุก ๆ อันดับว่ามีประโยคแดง ๆ ติด ๆ กันหรือไม่ เช่น รูปด้านล่าง

จะเห็นว่ามีความใกล้เคียงเมื่อเทียบกับที่นักเขียนส่งมา
“หลังจากการตัดสินใจได้แล้วว่าจะมีการออกหลักทรัพย์มาเสนอขายต่อประชาชน บริษัทที่ทำการเสนอขาย”

ขั้นตอนต่อไป คือ คลิกไปดูเว็บดังกล่าวแล้วลองดูเทียบกัน ลูกค้าจะนำข้อความจากต้นฉบับมาแปะลงในไฟล์งานนักเขียนเพื่อให้ตรวจง่ายขึ้น แล้วทำการไฮไลท์ตามไปด้วย ถ้าตรงกันมากก็จบเลยครับ บทความแบบนี้คือบทความที่ “ลอก” มาจากที่อื่นนั่นเอง
เช่น
http://www.settrade.com/brokerpage/IPO/StaticPage/Education/frame_cente r_ipo.html
ดูเนื้อหาต้นฉบับ เช่น

หลังจากตัดสินใจได้แล้วว่าจะออกหลักทรัพย์เสนอขายแก่ประชาชน บริษัทผู้เสนอขายหลักทรัพย์ (Issuer) ก็จะปรึกษากับ “ที่ปรึกษาทางการเงิน” จัดทำหนังสือชี้ชวนการออกและเสนอขายหลักทรัพย์ให้มีข้อมูลครบถ้วน ถูกต้อง เพื่อให้นัก ลงทุนอ่านทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจจองซื้อหุ้นได้

คราวนี้มารู้จักกับ “ผ้จูัดจำหน่ายหลักทรัพย์” หรือที่เราเรียกกันว่า อันเดอร์ไรท์เตอร์ (Underwriter) ซึ่งก็คือบริษัท หลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนญุาตให้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ทำหน้าที่เสนอขายหลักทรัพย์แก่ประชาชน ทั่วไปแทนบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ ซึ่งการเสนอขายหุ้นไอพีโอแต่ละครั้งจะไม่มีกฎเกณฑ์แน่นอนตายตัวว่าจะจองด้วยวิธีใด ผ่านช่องทางไหน จ่ายเงินอย่างไร หรือจัดสรรอย่างไร ผู้ลงทุนจะต้องศึกษารายละเอียดต่าง ๆ จากหนังสือชี้ชวนเอง เมื่อหุ้นได้รับจัดสรรเรียบร้อยแล้ว ก็จะถูกนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้ผู้ถือหุ้นมีโอกาสซื้อขายเปลี่ยนมือบนกระดาน ตลท.ต่อไป

เมื่อเทียบกับงานของนักเขียน…. จะเห็นว่ามีความคล้ายกันมากทีเดียว *ตัวหนังสือสีแดง

หลังจากการตัดสินใจได้แล้วว่าจะมีการออกหลักทรัพย์มาเสนอขายต่อประชาชน บริษัทที่ทำการเสนอขายหลักทรัพย์ก็จะทำการปรึกษากับที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อทำการออกขายกันต่อไปแล้ว ก็ต้องมาทำความรู้จักที่ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์หรือที่เรียกกันว่าอันเดอร์ไรท์เตอร์ ซึ่งก็คือบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนญุาตให้สามารถที่จะจัดทำการจำหน่ายหลักทรัพย์ออกไป โดยที่ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์จะทำหน้าที่ในการเสนอขายหลักทรัพย์ให้กับประชาชนทั่วไป แทนตัวบริษัทผ้อูอกหลักทรัพย์ ซึ่งในการนำเสนอขายหุ้น IPO ในแต่ละครั้งจะไม่มีกฎเกณฑ์ที่แน่นอนหรือว่าตายตัวมากนักว่าจะต้องมีการจองด้วยวิธีใด ผ่านทางช่องทางไหน หรือจ่ายเงินกันอย่างไร ผู้ลงทุนจะต้องมีการศึกษารายละเอียดต่าง ๆ จากหนังสือที่ชี้ชวนเอาเอง แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นธนาคารพานิชย์ต่าง ๆ ที่เป็นช่องทางตัวกลางในการขาย

ทำอย่างไร จึงจะมีเนื้อหาที่ดี ไม่ถูกตรวจพบว่าซ้ำจากที่อื่น?

ง่ายที่สุดคือ อย่า Copy มาก็พอแล้ว ไม่ว่าจะ Copy มาวางไว้เพื่อดูก่อน (เพราะท่านอาจจะลืมลบ) หรือจงใจ Copy มาเพื่อตั้งใจแก้คำบางคำ

ขอให้สร้างสรรค์บทความด้วยความมั่นใจ ตั้งใจ อ่านข้อมูลแล้วอย่าไปยึดติดถ้อยคำ เคยดูหนังสนุก ๆ หรือเจอเรื่องราวสนุก ๆ แล้วมาเล่าให้เพื่อนฟังไหมครับ เล่าเท่าที่เล่าได้ เล่าในประเด็นสำคัญ เล่าด้วยสำนวน ความเข้าใจของตัวเอง…
การเขียนบทความก็คล้าย ๆ กันครับ แล้วบทความจะออกมาแบบมีคุณภาพ ไม่ซ้ำใครแนน่อน

เรื่องนี้ถ้าเริ่มต้นมาจากนักเขียนได้ดีแล้ว งานของพวกเราก็มีคุณภาพ ตรวจงานเร็ว อนุมัติเร็ว ส่งงานไว ลูกค้าชอบ พวกเราก็จะมีงานเข้ามาไม่ขาดสายครับ


ปรับปรุงล่าสุด 14/2/2562
จัดทำเมื่อ 27/5/59